fbpx

พ.ร.บ.รถยนต์คืออะไร คุ้มครองในส่วนใดบ้าง และทำไมต้องต่อ พ.ร.บ.ทุกปี?

พ.ร.บ.รถยนต์ หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535  ซึ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามกฎหมายนั่นเอง นั่นหมายความว่ารถทุกคันจำเป็นต้องทำประกันภัย หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ประเภทอื่นๆ ทั้งนี้กรณีได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต โดยครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ตลอดจนผู้สัญจรทั่วไป โดยหน้าที่ของเจ้าของรถยนต์ทุกคัน คือการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ตามที่กฎหมายกำหนด หากฝ่าฝืนไม่ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ ซึ่งถือเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ จะมีโทษตามกฎหมายโดยเสียค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ จำเป็นต้องทำทุกปี เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่า รถทุกคันไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถประจำทาง ฯลฯ บังคับต้องต่อพ.ร.บ.รถยนต์ทุกปี เพื่อให้รถทุกคันได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่ายพ.ร.บ.

– ค่าใช้จ่ายสำหรับพ.ร.บ.รถจักรยานยนต์
สำหรับค่าใช้จ่ายของพ.ร.บ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ต่อปี จะขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้

    – ไม่เกิน 75 ซี.ซี. : 150 บาท
    – เกินแต่ 75 ซี.ซี. แต่ไม่เกิน 125 ซี.ซี.​ : 300 บาท
    – เกินแต่ 125 ซี.ซี. แต่ไม่เกิน 150 ซี.ซี. : 400 บาท
    – เกิน 150 ซี.ซี. : 600 บาท
– ค่าใช้จ่ายสำหรับพ.ร.บ.รถยนต์
สำหรับค่าใช้จ่ายของพ.ร.บ รถยนต์ส่วนบุคคล ต่อปีมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    – รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง) : 600 บาท
    – รถยนต์บรรทุก น้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน (รถกระบะ) : 900 บาทฅ
    – รถยนต์โดยสารเกิน 7 คน ไม่เกิน 15 ที่นั่ง (รถตู้) : 1100 บาท
* รถยนต์ในหมวดอื่นๆสามารถตรวจสอบราคากลางได้ที่อัตราเบี้ยประกันภัยคปภ. เพื่อความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล โดยอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการทำพ.ร.บ. หรือต่อ พ.ร.บ.

 

 

พ.ร.บ.รถยนต์คุ้มครองในส่วนใดบ้าง ???              
– ค่าเสียหายที่เบื้องต้น สำหรับผู้ประสบภัยจากรถยนต์ ที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ โดยไม่รอการพิสูจน์ความรับผิด ดังนี้

กรณี ผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อหนึ่งคน
กรณี ผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร   บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
กรณี ผู้ประสบภัยเสียชีวิต  บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพ  ตามจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อหนึ่งคน (หากเกิดความเสียหาย หลายกรณี รวมกัน จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาทต่อหนึ่งคน)
*หมายเหตุ :กรณี ผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกัน  จะได้รับความคุ้มครอง ไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น

– ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ หรือ  จะได้รับความคุ้มครอง หากได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ซึ่งผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันต้องรับผิดตามกฎหมายดังนี้ (กรณีที่พิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูก)
     กรณี  ได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย  บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามความเสียหายที่แท้จริง แต่ไม่เกิน 80,000 บาทต่อหนึ่งคน
     กรณี  สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร  หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง   บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 200,000 – 500,000 บาทต่อหนึ่งคน
                     – ตาบอด
                     
– หูหนวก
                     
– เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด
                     
– สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์
                     
– เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว
                     
– เสียอวัยวะอื่นใด
                     
– จิตพิการอย่างติดตัว
                     
– ทุพพลภาพอย่างถาวร
(กรณีสูญเสียอวัยวะ เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ)

     กรณี เสียชีวิต บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน   500,000  บาทต่อหนึ่งคน
     กรณี ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล (คนไข้ใน) บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท  (รวมกันไม่เกิน 20 วัน)
การขอรับค่าเสียหาย
     – ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุจากรถยนต์ หรือทายาท ยื่นเรื่องผ่านโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา หรือโทร. 1791 เพื่อยื่นเรื่องผ่านบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ จำกัดในกรณีที่ให้ทางโรงพยาบาลทำเรื่องเบิกจ่าย ผู้ประสบภัยไม่ต้องสำรองเงินค่ารักษาพยาบาล
     – ในกรณีที่ผู้ประสบภัย ที่ต้องทำการสำรองเงินค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ต้องทำเรื่องเบิกกับทาง บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จะต้องดำเนินการยื่นเรื่องภายใน 180 วันหลังจากวันที่เกิดเหตุ

นอกเหนือจากสำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบเหตุแล้ว ยังมีเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติมแยกตามเงื่อนไข ดังนี้
     1. กรณีผู้ป่วยนอก: ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ
     2. กรณีผู้ป่วยใน: ใบรับรองแพทย์หรือหนังสือรับรองการเป็นผู้ป่วยใน และใบแจ้งหนี้ค่ารักษาพยาบาล (หากผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายผิด  เช่น เป็นผู้ขับรถชน จะได้รับความคุ้มครองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น)
     3. กรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ: ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองความพิการ และสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนหรือหลักฐานว่าเป็นผู้เสียหายจากอุบัติเหตุนั้น ๆ
     4. กรณีเสียชีวิต: ใบมรณบัตร สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของทายาทโดยธรรม และสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนหรือหลักฐานที่แสดงว่าผู้ประสบภัยถึงแก่ความตาย

แล้วหากไม่ต่อ พ.ร.บ. หรือพ.ร.บ.หมดอายุ จะเกิดผลเสียด้านใดบ้าง
     – เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ แล้วพบว่ารถยนต์ไม่มี พ.ร.บ. หรือ พ.ร.บ. หมดอายุ จะมีโทษปรับเป็นเงินไม่เกิน 10,000 บาท
     –
เจ้าของรถจะไม่สามารถเสียภาษีรถยนต์ หรือ ต่อทะเบียนรถยนต์ได้
     –
หากปล่อยให้ภาษีรถยนต์ขาดนานเกิน 3 ปี จะทำให้เลขทะเบียนรถยนต์ถูกระงับ
     – นอกจากนี้ยังต้องเสียค่าปรับเดือนละ 1% ในการเสียภาษีรถยนต์อีกด้วย

     หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ผู้ประสบภัยในรถยนต์คันนั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.รถยนต์ เพราะฉะนั้น เราควรต่อล่วงหน้า เพื่อที่จะได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบัน การซื้อพ.ร.บ.สะดวกมาก สามารถหาซื้อได้ตาม เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven, ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือซื้อพร้อมกับประกันภัยภาคสมัครใจ ได้เลย

ขอบคุณข้อมูล : https://www.oic.or.th/sites/default/files/content/89252/phrb.khumkhrngphuuprasbphaycchaakrth_ph.s._2535.pdf
https://www.tqm.co.th/blog
https://www.rvp.co.th/makingaclaim.php