Menu
คำแนะนำสำหรับการรีไฟแนนซ์รถยนต์, จัดไฟแนนซ์รถมือสอง, สินเชื่อรถแลกเงิน, สินเชื่อรถยนต์, ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์, จัดไฟแนนซ์รถเก่า, จัดไฟแนนซ์รถบ้าน, Refinance รถยนต์

รีไฟแนนซ์รถยนต์ แบบไหนถึงจะดีและคุ้มค่าที่สุด !


     แทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้นั้น รถยนต์ เป็นยานพาหนะที่มีความจำเป็นต่อวิถีชีวิตคนในยุคปัจจุบัน เราจะสังเกตได้จากปริมาณรถยนต์ที่มีอยู่จำนวนมากบนท้องถนน ที่มีทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ นอกจากรถยนต์จะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางของคนเราแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระและอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งอีกด้วย การส่งสินค้า อาหาร ยา พัสดุ และสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้รถเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เกิดการแข่งขันกันอย่างมาก ทั้งทางด้านรูปลักษณ์ของรถ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในตัวรถ รวมไปถึงราคาของรถ ที่นับวันมีแต่จะสูงขึ้นไปตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้การซื้อรถสักคัน ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของตัวเรา หากคุณไม่ได้วางแผนการเงินเป็นอย่างดี ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ และเมื่อเกิดปัญหานั้น คุณจำเป็นต้องมองหาทางออก หาแหล่งเงินทุน หรือสถาบันทางการเงินที่ดี ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้ การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ จึงเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนรถของคุณให้เป็นเงินทุนได้

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ คืออะไร ?

     การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ คือการที่ผู้เช่าซื้อรถทำนิติกรรมกับสถาบันทางการเงินเพื่อขอกู้เงินก้อนใหม่ เพื่อนำไปใช้ชำระหนี้สินก้อนเดิม อาจมีเงื่อนไขและประโยชน์ที่ดีกว่าเดิม ดอกเบี้ยอาจจะต่ำกว่าเดิม ระยะเวลาการผ่อนชำระที่มากขึ้น อาจมีข้อดีแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถาบันทางการเงินที่เราเลือก ไม่ว่าเราจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์กับบริษัทเดิม หรือจะเป็นบริษัทใหม่ สิ่งสำคัญที่ผู้เช่าซื้อต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ คือผู้เช่าซื้อต้องคำนวณดอกเบี้ยคงเหลือตามสัญญากู้ฉบับเดิม นำมาคำนวณหักส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะทำการขอกู้ใหม่เพื่อพิจารณาดูก่อนว่าคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อได้รับการอนุมัติจากสถาบันทางการเงินให้จัดทำสินเชื่อใหม่ ก็เริ่มการผ่อนชำระใหม่ โดยค่าชำระในเดือนที่ 1 จะเริ่มนับเป็นงวดแรก ไปจนกว่าครบงวดตามที่ได้มีการทำข้อตกลงไว้ในสัญญา

ตัวอย่างการ รีไฟแนนซ์รถยนต์

     คุณ A ได้ทำการเช่าซื้อรถยนต์คันหนึ่งในราคา 800,000 บาท ชำระเงินดาวน์ไปแล้วจำนวน 200,000 บาท และยังมียอดที่ต้องผ่อนอีกจำนวน 600,000 บาท

สมมุติว่าธนาคาร หรือสถาบันการเงิน คิดดอกเบี้ยคุณ A อยู่ที่ 4 % / ต่อปี โดยมีระยะเวลาการผ่อนชำระอยู่ที่ 7 ปี หรือ 84 เดือน

คุณ A จะต้องผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ยตลอด 7 ปี คือ 600,000 X 4 % เท่ากับ 24,000 บาท X 7 ปี = 168,000 บาท

ยอดเงินที่คุณ A จะต้องผ่อนชำระทั้งหมดเท่ากับ 768,000 บาท โดยมีงวดผ่อนชำระทั้งหมด 84 งวด

เท่ากับ ยอดที่ต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ เดือนละ 768,000 / 84 = 9,143 บาท

เมื่อคุณ A ผ่อนชำระค่างวดรถไปเป็นเวลา 3 ปี จะเหลือวงเงินที่ค้างอยู่กับสถาบันทางการเงิน หรือธนาคาร อยู่ที่ 470,852 บาท ( 800,000 – ( 9,143 x 36 ) = 470,852 บาท )

แต่เมื่อเวลาที่คุณ A ต้องการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ทางสถาบันทางการเงินประเมินว่ารถของคุณ A สามารถรีไฟแนนซ์ได้ในราคา 600,000 บาท และเมื่อคุณ A รีไฟแนนซ์ใหม่ คุณ A จะมีค่าเงินส่วนต่างเหลืออยู่ที่ 129,148 บาท ( 600,000 ( ยอดใหม่ ) – 470,852 ( ยอดค้างเดิม ) = 129,148 บาท )

รีไฟแนนซ์รถยนต์ …ไปทำไม ?!!

     เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับหลาย ๆ คนที่มีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับเยอะ ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องผ่อนชำระลดลง และยังเหลือเงินก้อนที่สามารถนำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับทำอย่างอื่นได้ การรีไฟแนนซ์รถยนต์มีข้อดีกว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิต ตรงที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยของบัตรเครดิต จะอยู่ที่ประมาณ 20 % ขึ้นไป แต่ดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์รถยนต์จะอยู่ที่ 3 – 5 % โดยประมาณ

รีไฟแนนซ์รถ ทำยังไง ?!!

     สำหรับท่านที่มีความสนใจการรีไฟแนนซ์รถยนต์ และต้องการอยากจะทราบขั้นตอนว่าจะทำดำเนินการอย่างไรบ้าง เราจะแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 กรณี ส่วนจะมีอะไรบ้าง… เรามาเริ่มกันเลย !

1. กรณีที่ยังอยู่ในระหว่างผ่อนชำระ

     ท่านสามารถตัดสินใจเลือกได้ว่า จะรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินที่เดิม หรือที่ใหม่ก็ได้ โดยเลือกพิจารณาจากเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ท่านรู้สึกพึงพอใจที่สุด

การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับที่ใหม่

ข้อดี

          • มีโอกาสได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าที่เดิม
          • มีโอกาสได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าที่เดิม ทำให้การยื่นกู้ง่ายขึ้น

ข้อเสีย

          • จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการย้ายจากสถาบันการเงินเดิม เช่น ค่าธรรมธรรมเนียม, ค่าโอนเล่ม, ค่าตรวจสภาพรถ, ค่าอากรแสตมป์

การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับที่เดิม

ข้อดี

          • หากท่านเป็นผู้ที่มีประวัติการผ่อนชำระอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จะทำให้มีโอกาสยื่นกู้ผ่านง่ายขึ้น
          • ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายกรรมสิทธิ์ ทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋า

ข้อเสีย

          • อาจไม่ได้รับเงื่อนไข หรือข้อเสนอที่ดีที่สุด เพราะเนื่องจากเป็นสถาบันการเงินที่เดิม

2. กรณีที่ผ่อนชำระหมดเรียบร้อยแล้ว

     การนำรถที่ปลอดภาระมาขอกู้เงิน เรียกว่าการ “จำนำทะเบียนรถ” โดยการนำเล่มทะเบียนไปคุ้มประกัน ก็สามารถทำเรื่องขอกู้เงินได้โดยที่ไม่ต้องผู้ครอบครองในเล่มทะเบียนรถ หรือสามารถเลือกได้อีกแบบหนึ่งก็คือ ขอกู้ด้วยการยินยอมเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองในเล่มทะเบียนรถ

รีไฟแนนซ์รถยนต์ อย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด !

    • ปัจจัยเกี่ยวกับรถยนต์

รถยนต์ที่จะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ราคาดี คือ รถยนต์ที่มียี่ห้อและเป็นรุ่นผู้คนนิยมใช้ เช่น Toyota, Honda, Benz, BMW ส่วนรถยนต์ที่รีไฟแนนซ์ไม่ได้ หรือถ้าได้ ก็จะได้ยอดน้อยมากก็คือ รถที่มีอายุเกิน 16 ปี

    • ปัจจัยของผู้กู้

ปัจจัยของผู้กู้เอง ถือเป็นสาระสำคัญ เช่น ฐานเงินเดือน, ประวัติทางด้านเครดิตหรือการผ่อนชำระ, เอกสารไม่ครบถ้วน, หรือเพิ่งจะเริ่มทำงานได้เพียงไม่นาน ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือที่เพียงพอต่อการอนุมัติจากสถาบันทางการเงิน

    • นำส่วนต่างจาการรีไฟแนนซ์ไปลงทุนต่อยอด

หลังจากการรีไฟแนนซ์รถยนต์ หากมีส่วนต่าง ควรวางแผนในการใช้เงินส่วนนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำไปลงทุนต่อยอด เช่น ซื้อสลากออมสิน, ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ตราสารอนุพันธ์ ซื้อกองทุนรวม ซื้อหุ้น หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ เป็นต้น และอย่าสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การลงทุนทุก ๆ อย่าง ต้องอาศัยความรู้และข้อมูล คุณจึงควรที่จะศึกษาหาข้อมูลด้านการลงทุนก่อน เพื่อนำมาวิเคราะห์ วางแผน ก่อนการลงทุน

    • เข้าใจความแตกต่างของการ รีไฟแนนซ์รถยนต์

ก่อนอื่นคุณควรต้องประเมินดูก่อนว่ามูลค่าของรถยนต์ในปัจจุบันของคุณ เพื่อดูว่ามีมูลค่ามากกว่ายอดติดจำนองหรือไม่ เพราะการรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น ไม่เหมือนกับการรีไฟแนนซ์บ้าน รถยนต์จะมีมูลค่าลดลงไปตามกาลเวลา ในขณะที่มูลค่าบ้านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เวลาที่สถาบันทางการเงินประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน รถยนต์อาจจะมีมูลค่าน้อยกว่ายอดติดจำนอง จนอาจจะทำให้ไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ เพราะถ้าหากนำ “ยอดตัวหนี้รถยนต์” มาเปรียบเทียบกับ “มูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ ณ เวลาปัจจุบัน” แล้วผลลัพธ์ออกมาไม่คุ้มค่า ตัวอย่างเช่น

ยอดตัวหนี้รถยนต์  :  600,000 บาท

มูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ ณ เวลาปัจจุบัน วงเงิน 400,000 บาท

ดังตัวอย่างก็จะเห็นได้ว่า มียอดส่วนต่างที่ติดลบอยู่จำนวน 200,000 บาท จากมูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ ทำให้การรีไฟแนนซ์รถยนต์ดังตัวอย่างนี้ จะทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้รับข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับรีไฟแนนซ์รถยนต์เรียบร้อยแล้ว และถ้าหากท่านสนใจที่จะรีไฟแนนซ์รถยนต์กับสถาบันทางการเงินที่เชื่อถือได้ ท่านสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ ซิตี้ ลิสซิ่ง ได้ตลอดเวลา หรือท่านสามารถขอคำปรึกษา หรือให้เราช่วยวางแผนให้ท่านได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาแต่อย่างใด

สินเชื่อรถยนต์ ซิตี้ ลิสซิ่ง


รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายบริการสินเชื่อ

สำนักงานใหญ่ สายด่วน : 

โทร. 02 7623850 – 51 , 02-7623838 , 02-5143838 หรือ 089-8944348

สาขาพัทยา  โทร. 038-182328-30