เปิดคัวพาร์ทเนอร์ใหม่ Cars24

เปิดตัวไปแล้วกับ Cars24 น้องใหม่ในธุรกิจตลาดรถยนต์มือสอง ในงานมหกรรมยานยนต์ MOTOR EXPO 2021 ทาง Cars24 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 ที่ Impact Challenger Hall 1-3 Boot B14-15 มาพร้อมกับรูปแบบการซื้อขายรถมือสองแบบใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์  บนเว็บไซต์ของ Cars 24 คุณสามารถเลือกชมรถมือสองคุณภาพดี ที่แสนง่ายดายด้วยปลายนิ้วสัมผัส

ทางCars 24 มาพร้อมกับการรับประกันรถยนต์ ทุกคัน ไม่มีมีชนหนัก พลิกคว่ำ น้ำท่วมหรือกรอเลขไมล์ สามารถมั่นใจได้ 100% รถยนต์ทุกคันได้รับการตรวจสภาพรถ 150 จุด พร้อมการทดสอบขับบนถนนจากทีมงานมากประสบการณ์ และมีการปรับสภาพโดยทีมงานมืออาชีพให้เหมือนใหม่ทุกคัน

Cars24 ได้ชูจุดเด่นด้วย “ความดีเยี่ยม 4 ข้อ” (Four Bests)

      – ตัวเลือกรถที่สุด (Best Assortment) ด้วยตัวเลือกรถยนต์หลากหลายรุ่นที่การันตีคุณภาพเพื่อลูกค้า พร้อมเติมเต็มความต้องการอย่างลงตัว

      – คุณภาพดีที่สุด (Best Quality) การรับประกันจาก CARS24 ว่ารถแต่ละคันไม่เคยผ่านอุบัติเหตุ น้ำท่วม หรือปรับไมล์มาก่อน

      – ราคาดีที่สุด (Best Price) ราคาโปร่งใส บริการจัดทำเอกสารฟรี พร้อมรับประกันยาวนานถึง 12 เดือน เรียกได้ว่าเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

      – บริการดีที่สุด (Best Service) ด้วยโชว์รูมออนไลน์ที่ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เปิดโอกาสให้ทดลองขับและจัดส่งถึงหน้าประตู แถมยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินเต็มจำนวนภายใน 7 วัน โดยไม่ถามเหตุผลใดๆ อีกด้วย

       สำหรับลูกค้าท่านใดที่มองหารถยนต์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบัน ทางซิตี้ ลิสซิ่ง ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ กับทาง Cars24  ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์มือสอง ครบวงจร ทางซิตี้ ลิสซิ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของตลาดออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อตอบโจทย์การซื้อรถยนต์บนโลกออนไลน์ ที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว

     ลูกค้าสามารถเลือกซื้อรถยนต์ ผ่านออนไลน์ และยื่นขอสินเชื่อกับทางซิตี้ ลิสซิ่ง โดยผ่านทาง Cars24 ได้เลย

สินเชื่อรถยนต์มือสอง ซิตี้ ลิสซิ่ง “อนุมัติง่าย ได้เงินไว เงื่อนไขยืดหยุ่น”

#ซื้อรถยุคใหม่ไว้ใจเรา #สินเชื่อรถยนต์มือสอง #ซื้อรถผ่านออนไลน์ #Cars24Thailand #CityLeasing

โดนใบสั่งส่งตรงมาถึงหน้าบ้าน จ่ายค่าปรับที่ไหนได้บ้าง?

โดนใบสั่ง จ่ายค่าปรับจราจรได้ที่ไหนบ้างน่ะ?

ใครที่เผลอทำผิดกฎจราจร แล้วได้รับใบสั่งส่งตรงมาถึงหน้าบ้านบ้าง? แต่อย่าเพิ่งตกใจไปเพราะปัจจุบันไม่ต้องไปชำระถึงสถานีตำรวจท้องที่ที่ออกใบสั่งแล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ได้มีการออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการจ่ายค่าปรับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่มากขึ้น ทำให้ผู้ที่ทำผิดกฎจราจรไม่ต้องไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจอีกต่อไป แต่ถ้าสะดวกจะไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ ยังคงทำได้เช่นเดิม โดยชำระตามจำนวนที่กำหนดไว้ในใบสั่งหรือตามจำนวนที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับ ปัจจุบันช่องทางการชำระเงินค่าปรับมีหลากหลายช่องทาง แต่จะมีช่องทางไหนกันบ้าง เรามาดูกันเลยคะ

ช่องทางในการจ่ายค่าปรับจราจร
1. จ่ายที่ธนาคารกรุงไทย โดยสามารถนำใบสั่งที่มีแถบ Barcode มาทำรายการผ่านช่องทางต่างๆ

– แอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” ขั้นตอนคือ เลือกเมนู “จ่ายเงิน” >> เลือกแท็บ “ยอดนิยม” >> พิมพ์ค้นหา “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” >> กรอกข้อมูลใบสั่ง และหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

– เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

– ตู้ ATM และตู้ ADM กรุงไทย ขั้นตอนคือ เลือกเมนู “ค่าปรับจราจร” >> เลือกบัญชีเงินออมทรัพย์ >> ใส่หมายเลขที่ใบสั่ง

2. เคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service) เช่น 7-11

3. ตู้บุญเติม ขั้นตอนคือ เลือกเมนู “จ่ายบิลและค่าสินค้า” >> เลือก “ชำระค่าปรับ” (ใบสั่งต้องมีแถบBarcode)

4. CenPay ของเครือ CENTRAL Group เช่น แฟมิลี่ มาร์ท, Tops, เซ็นทรัล, โรบินสัน, บีทูเอส, ไทวัสดุ HomeWork, Power Buy และ Super Sports เป็นต้น

5. ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา

ช่องทางการชำระเงินดังกล่าว จะสามารถใช้ชำระค่าปรับในกรณีที่เป็นใบสั่งจราจรอิเล็กทรอนิกส์ (ใบสั่งจราจรจากการกระทำความผิดจราจรทุกข้อหาที่ถูกบันทึกโดยกล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เท่านั้น หลังจากที่เราจ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้วก็จะได้รับ SMS ยืนยันการทำรายการภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่ได้รับ SMS ติดต่อ Call Center 1220

การจ่ายค่าปรับจราจรในทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ปัจจุบันทางกองบังคับการตำรวจจราจรได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาผู้ไม่จ่ายค่าปรับ และสร้างวินัยจราจรจะช่วยให้การใช้รถใช้ถนนปลอดภัยขึ้น แต่สิ่งสำคัญ คือ การเคารพกฎและมีวินัยจราจร เพราะนอกจากจะช่วยให้เราไม่ต้องโดนใบสั่งจราจร ยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ และถือว่าเป็นผู้มีประวัติขับขี่ที่ดี

“มีสติก่อนสตาร์ท อย่าประมาทเมื่อเหยียบคันเร่ง”

ขอบคุณข้อมูล : https://www.silkspan.com/online/article/auto/99/
https://www.directasia.co.th/blog/tips/how-to-pay-a-traffic-ticket-in-thailand/

กรมขนส่งเปิดให้บริการทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน

กรมการขนส่งทางบก เผย!!! ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เปิดให้ลงทะเบียนจองคิว ทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับผู้ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน ทางแอปพลิเคชัน DLT SMART QUEUE  ย้ำ!!! สำนักงานขนส่งทุกแห่ง ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุข ลดขั้นตอน จำกัดจำนวนคน

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรมการขนส่งทางบกมีความห่วงใยประชาชน ได้มีการประเมินสถานการณ์และปรับรูปแบบการให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และ ศปก. ศบค. ได้ผ่อนคลายให้ประชาชนกลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้มากขึ้น ดังนั้น กรมการขนส่งทางบกจึงผ่อนคลายการให้บริการ โดยให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ สามารถให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถได้ตามปกติทุกกระบวนงาน โดยเฉพาะการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถใหม่ สำหรับผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถมาก่อน และกระบวนงานที่มีความจำเป็นต้องเข้าอบรม ณ สำนักงานขนส่ง ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้า ทางแอปพลิเคชัน DLT SMART QUEUE หรือเว็บไซต์ HTTPS://GECC.DLT.GO.TH ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป และเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับสำนักงานขนส่งที่มีจำนวนการจองคิวล่วงหน้าจำนวนมาก ทำให้มีผู้จองคิวคงค้างเดิมในระหว่างปิดสำนักงาน ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 กรมการขนส่งทางบกจะเปิดระบบจองคิวเพื่อให้สิทธิกับกลุ่มดังกล่าว จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยเมื่อผู้จองคิวคงค้างเดิม เข้าระบบจองคิวใหม่ในหน้าจอเมนูจะปรากฏข้อความว่า “ได้สิทธิจองใหม่” ในส่วนของผู้ที่จองคิวล่วงหน้าที่ได้รับคิวตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป สามารถเข้ารับบริการได้ตามวันและเวลานัดหมายตามปกติ พร้อมกันนี้ ให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งติดตามและประเมินการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นไปตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถทุกกระบวนงานต้องดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และบริหารจำนวนการให้บริการประชาชนผ่านระบบการจองคิว ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้เต็มศักยภาพเหมือนในสภาวะปกติ กรมการขนส่งทางบกจึงได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ผ่อนผันการใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว สามารถใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้จนถึงวันที่ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564  ทั้งยังได้กำหนดให้มีมาตรการเยียวยา สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี หรือ 3 ปี ระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564 ประกอบด้วย 1.ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบข้อเขียน 2.ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สิ้นอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถชนิดส่วนบุคคลชั่วคราว สิ้นอายุเกินกว่า 3 ปี ให้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ จากเดิมอบรมไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ได้รับสิทธิเยียวยาเป็น อบรมในหลักสูตรใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และสามารถอบรมผ่านระบบ E-LEARNING ได้ 3. ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก สิ้นอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถเท่านั้น ส่วนเอกสารประกอบคำขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ คำขอที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ผลผ่านการอบรมจากระบบ E-LEARNING ที่สิ้นอายุ อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ที่มาของข้อมูล : กรมการขนส่งทางบก
                            https://www.dlt.go.th/th/public-news/view.php?_did=2959

สินเชื่อรถบรรทุก ขยายพื้นที่การให้บริการ ทั่วทั้ง 11 จังหวัด

           จากที่ทาง บริษัท ซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด ได้ทำการเปิดตัวบริการ สินเชื่อรถบรรทุก ไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และได้ให้การตอบรับที่ดี จากลูกค้า และดีลเลอร์ ด้วยเงื่อนไขอนุมัติง่ายภายใน 3 วันทำการ วงเงิน 90% ของราคาประเมิน สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท พร้อมด้วยเงื่อนไขการอนุมัติที่ยืดหยุ่น อนุมัติง่าย เข้าใจคุณ เพื่อเป็นการสถาบันการเงินที่สนับสนุนเงินทุนในธุรกิจขนส่งด้านไฟแนนซ์ รถบรรทุกที่ใช้ในกิจการ ในปัจจุบันทาง บริษัท ซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด ได้ขยายพื้นที่ให้บริการ ทั้งหมด 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม เพชรบุรี สระบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพบริการสุดประทับใจ ให้คุณลูกค้าและดีลเลอร์สะดวกสบาย ให้การขอสินเชื่อรถบรรทุกกับ ทาง บริษัท ซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด ให้สินเชื่อรถบรรทุกเป็นเรื่องง่าย
ในอนาตตอันใกล้นี้ ทางบริษัท ซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด ยังคงมีแผนขยายพื้นที่การให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า และดีลเลอร์ ทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้า และดีลเลอร์เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากยิ่งขึ้น

ดีลเลอร์ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับทางซิตี้ ลิสซิ่ง
สามารถติดต่อได้ที่เบอร์
02 7623838, 025143838 ต่อ 318, 319, 323
“สินเชื่อรถบรรทุก ซิตี้ ลิสซิ่ง อนุมัติง่าย ได้เงินไว เงื่อนไขยืดหยุ่น”

สนใจสมัครสินเชื่อรถบรรทุก คลิกที่นี่

ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ ระเบียบใหม่ 7 ช่องทางการชำระภาษีรถยนต์ มีผลแล้ว

ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการชำระภาษีประจำปีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2564 ลงนามโดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

วันนี้ (17 มิ.ย.2564) เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการชำระภาษีประจำปีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2564 ลงนามโดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบใหม่ดังกล่าวระบุว่า ด้วยปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกมีระเบียบเกี่ยวกับการชำระภาษีประจำปีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ผ่านหน่วยงานหรือหน่วยบริการจำนวนหลายฉบับ ซึ่งยังไม่เอื้อต่อการชำระภาษีประจำปี

ประกอบกับปัจจุบันข้อมูลการตรวจสภาพรถสามารถเชื่อมโยงกับระบบชำระภาษีประจำปีรถได้ ทำให้สามารถตรวจสอบผลการตรวจสภาพรถก่อนรับชำระภาษีประจำปีได้

ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการรับชำระภาษีประจำปีรถของนายทะเบียนและหน่วยงานหรือหน่วยบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปในแนวทางเดียวกันและเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการชำระภาษีประจำปีรถ จึงเห็นควรเพิ่มช่องทางการชำระภาษีประจำปีรถสำหรับรถที่ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2525 อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกระเบียบไว้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ให้หน่วยงานหรือหน่วยบริการ ตามระเบียบดังต่อไปนี้ สามารถรับชำระภาษีประจำปี สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.๑) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.๒) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.๓) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.๑๒) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก

1.ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีรถประจำปีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2. ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีประจำปีโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคาร พ.ศ. 2551

3.ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีประจำปีผ่านเทสโก้ โลตัส พ.ศ. 2552

4. ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีประจำปีสำหรับรถผ่านหน่วยบริการของบริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด พ.ศ. 2554

5. ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีประจำปีสำหรับรถผ่านหน่วยบริการของบริษัท ทรู มันนี่ จำกัด พ.ศ. 2554

6. ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีประจำปีผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556

7. ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีรถประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ผ่านตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) และแอปพลิเคชั่น DLT Vehicle Tax พ.ศ. 2563

ทั้งนี้ ก่อนการรับชำระภาษีประจำปีให้นายทะเบียนและหน่วยงานหรือหน่วยบริการ แล้วแต่กรณี ตรวจสอบผลการตรวจสภาพรถจากข้อความที่แสดงการแจ้งเตือนผ่านระบบฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ในกรณีที่ฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกระบบขัดข้อง ไม่สามารถตรวจสอบผลการตรวจสภาพรถจากข้อความที่แสดงการแจ้งเตือนจากระบบได้ ให้นายทะเบียนหรือหน่วยงานหรือหน่วยบริการ ตรวจสอบผลการตรวจสภาพรถตามช่องทางที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

สินเชื่อรถแลกเงิน

สินเชื่อรถยนต์ จัดไฟแนนซ์

รถบ้านสวย สภาพดี ไม่มีภาระผูกพัน แต่ต้องการใช้เงิน สามารถนำรถมาแลกเงินได้ไหม ?!!

     สามารถนำมาแลกเงินกลับได้เลย ให้รถบ้านสวย สภาพดี ไม่มีภาระผูกผัน แปรเปลี่ยนเป็นเงินก้อนโต ให้ทุกปัญหาการเงินของคุณมีทางออก นำรถเข้ามาจัดไฟแนนซ์ หรือขอสินเชื่อรถแลกเงิน กับทาง ซิตี้ ลิสซิ่ง รถยังมีขับ พร้อมกับรับเงินก้อนโตกลับบ้าน!! ให้ ซิตี้ ลิสซิ่ง ดูแลคุณ ทุกบริการสินเชื่อรถยนต์ จะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป และทาง ซิตี้ ลิสซิ่ง  ยังมีบริการสินเชื่อรถยนต์พร้อมบริการถึงที่ ให้คุณไม่ต้องเดินทาง เพียงแจ้งความประสงค์มาที่ ซิตี้ ลิสซิ่ง เราพร้อมส่งเจ้าหน้าที่สินเชื่อไปบริการถึงหน้าบ้านคุณ

อนุมัติง่าย ได้เงินไว เงื่อนไขยืดหยุ่น

 

เหตุผลที่ควรเลือก ซิตี้ ลิสซิ่ง

วงเงินสูง
ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน
รับรถอายุสูงสุด 15 ปี
บริการสินเชื่อถึงที่
ชำระค่างวดได้ทุก Mobile Banking

เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา

      • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
      • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน
      • สำเนาบัญชีธนาคาร ( ย้อนหลัง 6 เดือน )
      • สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ( กรณีเป็นนิติบุคคล )
      • แผนที่บ้านและที่ทำงาน
      • คู่มือจดทะเบียนรถยนต์ หรือสำเนาทะเบียนรถยนต์

รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายบริการสินเชื่อ

สำนักงานใหญ่ สายด่วน :  02-7623838  Hotline : 091-7729735

ท่านสามารถดูรายการสินเชื่อประเภทอื่นๆ ของเราได้โดย คลิกที่นี่

อัตราดอกเบี้ยรถยนต์   คลิกเลย

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับลักษณะของประเภทรถยนต์ตามจดทะเบียน มีแบบไหนบ้าง และเรียกว่าอะไรบ้างนะ?

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับลักษณะของประเภทรถยนต์ตามที่จดทะเบียน
มีแบบไหนบ้าง และเรียกว่าอะไรบ้างนะ?

         รถยนต์ในเมืองไทย ได้มีการแบ่งประเภทรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติล้อเลื่อน พ.ศ. 2473 ออกทั้งหมดเป็น 17 ประเภท ซึ่งแต่ประเภทจะมีลักษณะ และรูปแบบการใช้งานที่ต่างกันออกไป มีผลให้การเสียภาษีประจำปี ค่าธรรมเนียมในการโอน และเอกสารในการทำเรื่องของกรมขนส่งต่างๆ แตกต่างกัน เรามาทำความรู้จักกับรถจดทะเบียนแต่ละประเภทกันค่ะ

         ประเภทที่ 1 : รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) เป็นรถที่ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 12 เมตร เช่น เก๋งตอนเดียว เก๋งสองตอน เก๋งสองตอนแวน นั่งสองตอนท้ายบรรทุก เป็นต้น

       ประเภทที่ 2 : รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) เป็นรถที่ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 12 เมตร และความยาวของตัวถังวัดจากศูนย์กลางเพลาล้อหลังถึง ท้ายรถต้องไม่เกิน 2 ใน 3 ของความยาววัดจากศูนย์กลางเพลาล้อ หน้าถึงศูนย์กลางเพลาล้อหลัง เช่น เก๋งสามตอน นั่งสองแถว นั่งสองตอนสองแถว ตู้นั่งสามตอน นั่งสองแถว เป็นต้น

       ประเภทที่ 3 : รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) เป็นรถซึ่งมิได้ใช้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลตามกฎหมายว่า ด้วยการขนส่งทางบก ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 12 เมตร และความยาวของตัวถังวัดจากศูนย์กลางเพลาล้อหลังถึงท้ายรถไม่เกิน 3 ใน 5 ของความยาววัดจาก ศูนย์กลางเพลาล้อหน้าถึงศูนย์กลางเพลาล้อหลัง เช่น กระบะบรรทุก ตู้บรรทุก กระบะบรรทุกมีหลังคา เป็นต้น

       ประเภทที่ 4 : รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล (รย.4) เป็นรถที่ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 1.50 เมตร ยาวไม่เกิน 4 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 550 ลูกบาศก์เซนติเมตร เช่น รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด

       ประเภทที่ 5 : รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด (รย.5) ต้องเป็นรถเก๋งสองตอนไม่ต่ำกว่าสี่ประตู น้ำหนักรถไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม ขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน

      ประเภทที่ 6 : รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (รย.6) ต้องเป็นรถเก๋งสองตอน ขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร มีประตูไม่ต่ำกว่าสี่ประตู ซึ่งต้องเป็นประตูที่มิได้ติดตั้งระบบควบคุมการปิดเปิดประตูรถจากศูนยก์ลาง (CENTRAL LOCK) กระจกกันลมต้องเป็นกระจกโปร่งใสสามารถมองเห็นสภาพภายในรถ และสภาพจราจรภายนอกรถได้ชัดเจน และห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนหนึ่งส่วนใดของกระจก เว้นแต่เป็นการติดเครื่องหมายหรือเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด หรือการติดวัสดุสำหรับบัง หรือกรองแสงแดดที่กระจกกันลมด้านหน้าตามขนาดที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 1,000 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป สำหรับรถยนต์รับจ้าง (TAXI – METER) ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2535 เป็นต้นไป (ยกเว้นรถยนต์รับจ้างที่เจ้าของรถ นำมาจดทะเบียนแทนรถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนก่อนวันที่ 17 เมษายน 2535) ต้องเป็นรถเก๋งสอง ตอน หรือรถเก๋งสองตอนที่มีพื้นที่บรรทุกภายในตัวรถ (รถเก๋งสองตอนแวน) ที่ผลิตสำเร็จรูปจาก โรงงานผู้ผลิต มีขนาดกว้างของรถไม่เกิน 2.5 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร มีประตูไม่ต่ำกว่าสี่ประตู และมีเครื่องยนต์ที่มีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร

      ประเภทที่ 7 : รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง (รย.7) ต้องเป็นรถสองตอน มีประตูไม่ต่ำกว่าสองประตู ขนาดกว้างของรถไม่เกิน 1.50 เมตร ยาวไม่เกิน 4 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เซนติเมตร

      ประเภทที่ 8 : รถยนต์รับจ้างสามล้อ (รย.8) ต้องมีลักษณะประทุน โดยมีที่นั่ง 2 ตอน หรือ 2 แถว ขนาดกว้าง ไม่เกิน 1.50 เมตร ยาวไม่เกิน 4 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 550 ลูกบาศก์เซนติเมตร

      ประเภทที่ 9 : รถยนต์รับจ้างสามล้อ (รย.9) รถยนต์บรรทุกคนโดยสาร หรือให้เช่า ซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ต้องเป็นรถเก๋ง สองตอนไม่ต่ำกว่าสี่ประตู น้ำหนักรถไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม ขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้บรรทุกคนโดยสารระหว่างท่าอากาศยาน ท่าเรือเดินทะเล สถานีขนส่ง หรือสถานีรถไฟกับโรงแรมที่พักอาศัยที่ทำการของผู้โดยสาร หรือที่ ทำการของผู้บริการธุรกิจนั้น

      ประเภทที่ 10 : รถยนต์บริการทัศนาจร (รย.10) รถยนต์บรรทุกคนโดยสาร หรือให้เช่า ซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คนต้องเป็นรถเก๋งสองตอนไม่ต่ำกว่าสี่ประตู น้ำหนักรถไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม ขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวใช้รับส่งคนโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว

      ประเภทที่ 11 : รถยนต์บริการให้เช่า (รย.11) รถยนต์บรรทุกคนโดยสาร หรือให้เช่า ซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ต้องเป็นรถเก๋งสองตอนไม่ต่ำกว่าสี่ประตู น้ำหนักรถไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม ขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นรถยนต์ที่จัดไว้ให้เช่า ซึ่งมิใช่เป็นการเช่าเพื่อนำไปรับจ้างบรรทุกคนโดยสารหรือสิ่งของ

      ประเภทที่ 12 : รถจักรยานยนต์ (รย.12) รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีพ่วงข้างมีล้อเพิ่ม อีกไม่เกินหนึ่งล้อ และให้หมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์ด้วยต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร ยาวไม่เกิน 2.50 เมตร ถ้ามีพ่วงข้างรถพ่วงของรถจักรยานยนต์ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร ยาวไม่เกิน 1.75 เมตร และเมื่อนำมาพ่วงกับรถจักรยานยนต์แล้วต้องมีขนาดกว้างวัดจาก ล้อหลังของรถจักรยานยนต์ถึงล้อของรถพ่วงของรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.50 เมตร

      ประเภทที่ 13 : รถแทรกเตอร์ (รย.13) เป็นรถที่มีล้อหรือสายพาน และมีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนในตัวเอง เป็นเครื่องจักรกลขั้นพื้นฐานในงานที่เกี่ยวกับการขุด ตัก ดัน หรือฉุดลากเป็นต้น หรือรถยนต์สำหรับลากจูงซึ่งมิได้ใช้ ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกต้องมีขนาดกว้าง ไม่เกิน 4.40 เมตร ยาวไม่เกิน 16.20 เมตร

      ประเภทที่ 14 : รถบดถนน (รย.14) เป็นรถที่ใช้ในการบดอัดวัสดุบนพื้นให้แน่น และมีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนในตัวเอง หรือใช้รถอื่นลากจูง ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 3.50 เมตร ยาวไม่เกิน 8 เมตร

      ประเภทที่ 15 : รถใช้งานเกษตรกรรม (รย.15) เป็นรถที่ผลิต หรือประกอบขึ้นเพื่อใช้งานเกษตรกรรม โดยใช้เครื่องยนต์ซึ่งมิได้ใช้สำหรับรถยนต์ โดยเฉพาะมาติดตั้งต้องเป็นรถที่มีสามล้อหรือสี่ล้อ น้ำหนักรถไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม มีขนาดกว้างไม่เกิน 2 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 1,200 ลูกบาศก์เซนติเมตร

      ประเภทที่ 16 : รถพ่วง (รย.16) เป็นรถที่เคลื่อนที่ไปโดยใช้รถอื่นลากจูง ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ยาวไม่เกิน 12 เมตร

      ประเภทที่ 17 : รถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) เป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ต้องมีความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร ความยาวไม่เกิน 2.50 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 125 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่ไม่หมายรวมถึงรถจักรยานยนต์ที่มีพ่วงข้างและจักรยานที่ติด เครื่องยนต์

ขอขอบคุณข้อมูล : https://www.dlt.go.th/site/surin/m-news/3182/view.php?_did=12309
                               https://car.kapook.com/view210611.html

วิธีตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน อาคารชุด สิ่งปลูกสร้าง ผ่านออนไลน์ง่ายๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง

         ในปัจจุบัน ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นอยู่ทุกๆปี  แต่รู้หรือไม่ว่าที่ดินที่ของเรามีนั้นมีราคาประเมินอยู่ที่เท่าไหร่?
วันนี้ ขอเสนอวิธีตรวจสอบราคาประเมินที่ดินผ่านระบบออนไลน์ ได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน แต่จะต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างนั้น และมีขั้นตอนอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ
– สิ่งที่ต้องเตรียม : โฉนดที่ดิน หรือข้อมูลสารบัญหน้าโฉนดที่ทราบ
– ขั้นตอนการตรวจสอบ มีดังนี้
เข้า เว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ หรือ คลิกลิ้งก์ตามนี้ : http://property.treasury.go.th/pvmwebsite/

ตรวจสอบแบบที่ 1 : ราคาประเมินที่ดิน จากเลขที่โฉนด

เท่านี้เราก็จะทราบราคาประเมินที่ดิน ต่อ ตารางวา ให้นำขนาดพื้นที่คูณด้วยราคาประเมินต่อตารางวา เราก็ได้ราคาประเมินที่ดินทั้งหมด

ตรวจสอบแบบที่ 2 : ราคาประเมินที่ดิน จากเลขที่ดิน

ตรวจสอบแบบที่ 3 : ราคาประเมินอาคารชุด

เนื่องจากเป็นอาคารชุด ราคาประเมินจะต้องดูตามชั้น เพราะว่าแต่ละชั้นราคาประเมินจะไม่เท่ากัน หลังจากที่ได้ราคาประเมินให้นำขนาดพื้นที่คูณด้วยราคาประเมินต่อตารางเมตร เราก็ได้ราคาประเมินห้องชุดทั้งหมด

ราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง จะเป็นราคาต่อ ตารางเมตร สามารถนำพื้นที่ใช้สอยภายในสิ่งปลูกสร้าง คูณกับราคาประเมินต่อตารางเมตร จะได้ราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด

หมายเหตุ : วิธีดังกล่าวเป็นการค้นหาราคาประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ผู้สืบค้นต้องยืนยันโดยคัดราคาประเมินที่ดินจากสำนักงานที่ดินอีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูล : https://www.feasyonline.com
                                http://property.treasury.go.th/pvmwebsite/
                                http://dolwms.dol.go.th/tvwebp/ 

รู้หรือยัง? รถยนต์อายุเกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 5 ปี สามารถต่อภาษีออนไลน์ได้แล้ว

        ทางกรมการขนส่งทางบกได้มีการปรับปรุงระบบชำระภาษีรถยนต์ประจำปี โดยเพิ่มกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง), รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รถตู้), รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก สามารถที่จะยื่นภาษีออนไลน์ได้  ทั้งนี้รถยนต์ที่ต้องการชำระภาษีจะต้องผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) เสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินการชำระภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ได้


         ปัจจุบันสามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปีแบบออนไลน์ได้ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่ง https://eservice.dlt.go.th/  ทางกรมการขนส่งมีบริการชำระภาษีรถประจำปีได้ทุกอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดการเดินทาง ให้แก่ประชาชน ทำให้ขั้นตอนในการชำระภาษีรถยนต์ประจำปีไม่ยุ่งยากอีกต่อไป

สำหรับขั้นตอนการชำระภาษีผ่านเว็บไซต์สามารถทำได้ง่ายดังนี้
1. เข้าไปยังเว็บไซต์   https://eservice.dlt.go.th
2. Log-in เข้าสู่ระบบ หรือหากเป็นการยื่นครั้งแรก ให้ทกการเลือก “ลงทะเบียนสมาชิกใหม่”
3. จากนั้นเลือก “ชำระภาษีรถประจำปี” และเลือก “ชำระภาษีรถประจำปีผ่านอินเตอร์เน็ต”
4. เลือก “ลงทะเบียนรถยนต์” กรอกข้อมูล ประเภทรถยนต์, จังหวัด/สาขา, เลขทะเบียนรถยนต์, ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำการบันทึก กดเลือกรายการที่ต้องการต่อภาษี และกดยื่นชำระภาษี
5. กรอกรายละเอียดหลักฐานการเอาประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 หรือซื้อจากระบบ
6. กรอกข้อมูลที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง
7. เลือกช่องทางชำระเงิน (หักบัญชีเงินฝาก/ตัดบัตรเครดิต/บัตรเดบิต/ชำระผ่านตู้ ATM/เคาน์เตอร์/ Mobile Banking)
8.  การตรวจสอบสถานะสามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการยื่นชำระภาษี สถานะการจัดส่งเอกสาร หมายเลข EMS เลขกรมธรรม์ หรือปัญหาจากการยื่นชำระ ได้ที่เมนู “ตรวจสอบผลการชำระภาษี/เปลี่ยนช่องทางชำระเงิน”

อัตราค่าบริการ
– ค่าจัดส่งเอกสาร รายการละ 32 บาท
– ค่าธรรมเนียมเคาน์เตอร์ธนาคาร รายการละ 20 บาท
– ค่าธรรมเนียมการใช้บัตรในกรณีชำระด้วยบัตรเครดิต 2% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%  ของยอดเงินทั้งหมด

ขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่ชำระเงินภาษีสำเร็จจนถึงวันที่ได้รับเอกสารทางไปรษณีย์ไม่เกิน 5 วันทำการ โดยเจ้าของรถสามารถนำใบคู่มือจดทะเบียนไปปรับบันทึกรายการชำระภาษีได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด/สาขาทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปีออนไลน์ได้ที่ https://eservice.dlt.go.th/

ขอบคุณข้อมูล : https://www.dtc.co.th/
https://www.thairath.co.th
https://www.dlt.go.th/th/