รู้หรือยัง? รถยนต์อายุเกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 5 ปี สามารถต่อภาษีออนไลน์ได้แล้ว

        ทางกรมการขนส่งทางบกได้มีการปรับปรุงระบบชำระภาษีรถยนต์ประจำปี โดยเพิ่มกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง), รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รถตู้), รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก สามารถที่จะยื่นภาษีออนไลน์ได้  ทั้งนี้รถยนต์ที่ต้องการชำระภาษีจะต้องผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) เสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินการชำระภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ได้


         ปัจจุบันสามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปีแบบออนไลน์ได้ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่ง https://eservice.dlt.go.th/  ทางกรมการขนส่งมีบริการชำระภาษีรถประจำปีได้ทุกอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดการเดินทาง ให้แก่ประชาชน ทำให้ขั้นตอนในการชำระภาษีรถยนต์ประจำปีไม่ยุ่งยากอีกต่อไป

สำหรับขั้นตอนการชำระภาษีผ่านเว็บไซต์สามารถทำได้ง่ายดังนี้
1. เข้าไปยังเว็บไซต์   https://eservice.dlt.go.th
2. Log-in เข้าสู่ระบบ หรือหากเป็นการยื่นครั้งแรก ให้ทกการเลือก “ลงทะเบียนสมาชิกใหม่”
3. จากนั้นเลือก “ชำระภาษีรถประจำปี” และเลือก “ชำระภาษีรถประจำปีผ่านอินเตอร์เน็ต”
4. เลือก “ลงทะเบียนรถยนต์” กรอกข้อมูล ประเภทรถยนต์, จังหวัด/สาขา, เลขทะเบียนรถยนต์, ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำการบันทึก กดเลือกรายการที่ต้องการต่อภาษี และกดยื่นชำระภาษี
5. กรอกรายละเอียดหลักฐานการเอาประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 หรือซื้อจากระบบ
6. กรอกข้อมูลที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง
7. เลือกช่องทางชำระเงิน (หักบัญชีเงินฝาก/ตัดบัตรเครดิต/บัตรเดบิต/ชำระผ่านตู้ ATM/เคาน์เตอร์/ Mobile Banking)
8.  การตรวจสอบสถานะสามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการยื่นชำระภาษี สถานะการจัดส่งเอกสาร หมายเลข EMS เลขกรมธรรม์ หรือปัญหาจากการยื่นชำระ ได้ที่เมนู “ตรวจสอบผลการชำระภาษี/เปลี่ยนช่องทางชำระเงิน”

อัตราค่าบริการ
– ค่าจัดส่งเอกสาร รายการละ 32 บาท
– ค่าธรรมเนียมเคาน์เตอร์ธนาคาร รายการละ 20 บาท
– ค่าธรรมเนียมการใช้บัตรในกรณีชำระด้วยบัตรเครดิต 2% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%  ของยอดเงินทั้งหมด

ขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่ชำระเงินภาษีสำเร็จจนถึงวันที่ได้รับเอกสารทางไปรษณีย์ไม่เกิน 5 วันทำการ โดยเจ้าของรถสามารถนำใบคู่มือจดทะเบียนไปปรับบันทึกรายการชำระภาษีได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด/สาขาทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปีออนไลน์ได้ที่ https://eservice.dlt.go.th/

ขอบคุณข้อมูล : https://www.dtc.co.th/
https://www.thairath.co.th
https://www.dlt.go.th/th/

จัดไฟแนนซ์รถมือสองอย่างไรให้ผ่านในครั้งเดียว

หลายท่านคงประสบปัญหากับการยื่นขอสินเชื่อไฟแนนซ์รถมือสอง ยื่นเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน วันนี้ ซิตี้ ลิสซิ่ง มีเทคนิคเบื้องต้นก่อนยื่นขอสินเชื่อไฟแนนซ์รถมือสอง มาแนะนำให้การยื่นขอสินเชื่อไฟแนนซ์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก และน่ากังวลอีกต่อไป

โดยเทคนิคที่มานำเสนอ คือ ​5C เป็นหลักเกณฑ์ 5 ข้อ ที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญ ในการใช้พิจารณาว่าการปล่อยสินเชื่อ มีอะไรบ้างลองมาดูกันเลย

1. Character (อุปนิสัย และประวัติของลูกค้า)
– ประวัติอาชีพการทำงาน ความมั่นคง หรือ ชัดเจนเรื่องอาชีพสามารถตรวจสอบได้
– พฤติกรรมทางด้านการเงิน ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา
– ประวัติการฟ้องร้องกับสถาบันการเงินอื่นๆ

2. Capacity (ความสามารถในการทำกำไรและการชำระหนี้)
– ยอดขาย รายได้ และกำไร จากผลการดำเนินงานของกิจการ
– เงินเดือน / รายได้ประจำ
– กระแสเงินสด / เงินหมุนเวียนในบัญชี

3. Capital (เงินทุน)
– เงินออม
– กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ

4. Collateral (หลักประกัน)
– รายละเอียดรถยนต์ (ยี่ห้อ/รุ่น/ปีรถยนต์)
– อยู่ในกลุ่มประเภทรถยนต์ ซื้อง่ายขายคล่อง หรือไม่
– สภาพรถยนต์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

5. Condition (สภาวการณ์และปัจจัยอื่นๆ)
– สภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยานยนต์
– โรงงานการผลิต หรือ ตัวแทนจำหน่าย มีการปิดตัว
– ข่าวสารในด้านปัญหาของตัวรถยนต์

หลังจากทำการตรวจสอบตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการเตรียมเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา พร้อมให้ข้อมูล รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตามความเป็นจริง และสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ อาจช่วยให้เจ้าหน้าที่หาจุดแข็งต่างๆ ของผู้กู้มาช่วยในการนำเสนอ เพื่อเพิ่มข้อมูลให้หนักแน่นยิ่งขึ้น

เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา  

  • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • สำเนาบัญชีธนาคาร ( ย้อนหลัง 6 เดือน )
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ( กรณีเป็นนิติบุคคล )
  • แผนที่บ้านและที่ทำงาน

การยื่นขอสินเชื่อไฟแนนซ์ อาจจะต้องมีการเตรียมเอกสารต่างๆ ตามที่ทางสถาบันการเงินร้องขอ เนื่องจากจะต้องใช้เอกสารในการประกอบการพิจารณา หากคุณมีการเตรียมเอกสารมาพร้อม ตรงตามเงื่อนไขของทางสถาบันการเงินที่กำหนดไว้ การยื่นขอสินเชื่อไฟแนนซ์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ซิตี้ ลิสซิ่ง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณลูกค้า แนะนำขั้นตอนในยื่นขอจัดไฟแนนซ์ และการเตรียมเอกสารได้ง่ายขึ้น

หากคุณลูกค้าสนใจจัดไฟแนนซ์รถยนต์ ทางเราเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในจัดไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์รถยนต์  เรามีเจ้าหน้าสินเชื่อพร้อมให้บริการ และคำแนะนำ  สินเชื่อรถยนต์ กู้ง่าย ได้เงินไว เงื่อนไขยืดหยุ่น

รู้หรือไม่? รถบรรทุกวิ่งในกรุงเทพฯช่วงเวลาไหนได้บ้าง

“ติดเวลา” หลายคงคงเคยได้ยินคำนี้มาบ้าง หรืออาจจะไม่เคยได้ยินเลย “ติดเวลา” หมายถึงอะไร??? วันนี้เรามีคำตอบมาอธิบายให้ทราบกัน

รถบรรทุก ถูกจัดให้อยู่ในประเภทที่มีลักษณะการใช้งานหลากหลายประเภท และมีขนาดของรถแตกต่างกันไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่ จึงถูกกำหนดขอบเขตเวลาในการนำรถเข้ามาวิ่งในพื้นที่เมืองหลวง หรือเรียกว่าเขตชั้นในของกรุงเทพฯ คำว่า “ติดเวลา” จึงหมายถึงว่า เวลาที่ไม่สามารถนำรถประเภทบรรทุกเข้ามาวิ่งใช้งานในวลาเร่งด่วนได้

ดังนั้นเพื่อเลี่ยงปัญหาการจราจรที่คับคั่ง และลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากภัยบนท้องถนน รถบรรทุกจึงมีกฎหมายกำหนดเฉพาะ โดยจะแยกตามประเภทของรถ และระยะเวลาในการวิ่งดังนี้

กรณีวิ่งบนพื้นราบ

  • รถบรรทุกถังขนก๊าซ/วัตถุไวไฟ ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป และรถพ่วง เดินรถในเขตกรุงเทพฯ ห้ามวิ่งในช่วงเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์
    2. รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ห้ามวิ่งในช่วงเวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 16.00-20.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ
  • รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ห้ามวิ่งในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. และเวลา 15.00-21.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ
  • รถบรรทุกอื่นๆ เช่น รถบรรทุกซุง เสาเข็ม ห้ามวิ่งในช่วงเวลา 06.00-21.00 น.

กรณีวิ่งบนทางด่วน

  • รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ห้ามวิ่งในช่วงเวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 16.00-20.00 น.
  • รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ห้ามวิ่งในช่วงเวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 15.00-21.00 น.
  • รถบรรทุกสารเคมี ห้ามวิ่งในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. และเวลา 15.00-22.00 น.

ทั้งนี้ รถกระบะที่บรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 1,600 กก. สามารถวิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครได้โดยไม่ถือเป็นการติดเวลา ส่วนรถบรรทุกที่มีท้ายยาวกว่า 2.50 เมตร วัดความสูงจากพื้น 3.00 เมตร ส่วนหน้า ห้ามเลยส่วนตัวเก๋ง (ตัวรถ) แต่ในข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจร ทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วย ห้ามเดินรถบรรทุกขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่ภายในของถนนวงรอบพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานคร 113 ตารางกิโลเมตร ในช่วงเวลา 06.00-21.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ

ตรวจเช็คเครดิตบูโร ง่ายได้ด้วยตัวเอง ผ่าน Mobile Banking

ก่อนการยื่นกู้สินเชื่อ จะมี 1 ขั้นตอนที่สำคัญ คือการเช็คเครดิตบูโร เป็นอีกสิ่งที่หนึ่งที่เป็นตัวบ่งบอกข้อมูลประวัติทางการเงิน หรือความสามารถในการชำระหนี้ โดยทางสถาบันทางการเงินใช้ในการประกอบการพิจารณาสินเชื่อ โดยข้อมูลเครดิตบูโรถูกจัดเก็บโดย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรืออีกชื่อหนึ่ง NCB จะทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลทางการเงิน ประมวลผลความสามารถในการชำระหนี้ของสถาบันการเงิน โดยมีสถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกส่งข้อมูลให้กับทาง NCB และนอกจากช่วยการประกอบการพิจารณาสินเชื่อ การอนุมัติวงเงินสินเชื่อ ยอดผ่อนชำระหนี้รวมต่อเดือนที่จะสามารถทำให้การวิเคราะห์สินเชื่อสมเหตุสมผลมากที่สุด และยังช่วยป้องกันความเสียหายของผู้ฝากเงินเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์หนี้กองทุนฟื้นฟูอีก

ปัจจุบันการตรวจเช็คเครติดบูโร สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ในวันนี้ขอนำเสนอช่องทางออนไลน์ผ่าน Mobile Banking ของธนาคารต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายของการเช็คข้อมูลเครดิตบูโร แบบไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือจุดให้บริการต่างๆ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ เรามาดูกันว่าช่องทางที่ง่าย และสะดวกรวดเร็ว มีธนาคารใดบ้าง?

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพจาก : https://www.ncb.co.th ,https://nhaidee.com

สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (รับจำนองบ้าน ที่ดิน คอนโด อาคารพาณิชย์ และอื่นๆ  ) เชิญได้เลยที่ คลิกที่นี่

ยางรถยนต์มี 3 ประเภท ได้แก่ HT AT MT แต่ว่ามันคือยางอะไร และแตกต่างกันอย่างไร  และเหมาะสมกับถนนแบบไหน?


HT หรือ Highway Terrain (H/T) เป็นยางมาตรฐานที่ใช้ในรถทั่วไป เหมาะกับรถทั่วๆไป เป็นยางที่มีลักษณะพื้นผิวหน้ายางเรียบ ดอกยางละเอียด (Rib Pattern)  ซึ่งทำให้ตัวยางสัมผัสผิวถนนได้มากกว่ายางประเภทอื่นๆ สามารถรีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า การเกาะถนนดีกว่า โครงสร้างยางไม่ซับซ้อน น้ำหนักเบา และประหยัดน้ำมัน ยางมีลักษณะอ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับถนนเรียบ ไม่ขรุขระมาก

AT หรื All Terrain (A/T) โดยยางชนิดนี้จะมีโครงสร้างยางที่แข็งแรง ดอกใหญ่ขึ้น น้ำหนักมากขึ้น ทำให้กลายเป็นยางเอนกประสงค์ มีคุณสมบัติที่สามารถใช้ขับเส้นทางที่ไม่ราบเรียบ เช่น ภูเขา บ่อเลน ทางขรุขระ เป็นต้น ด้วยดอกยางใหญ่ที่ทำให้สามารถตะกุยดินได้ดีกว่า แต่หากวิ่งทางเรียบการยึดเกาะจะด้อยกว่าประเภทยาง HT ด้วยน้ำหนักที่มาก ทำให้อัตราการใช้น้ำมันประหยัดน้อยกว่า HT

MT หรือ Mud Terrain (M/T) เป็นยางที่ออกแบบมาเพื่อสายลุยที่แท้จริง โดยมีโครงสร้างที่ใหญ่และแข็งแรง มีดอกยางที่หนา ลึก และห่างกว่ายาง 2 ประเภทแรกมาก ตะกุยดินได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับสายที่ชอบการผจญภัย Adventure ขับรถเส้นทางถนนดิน หรือเส้นทางถนนธรรมชาติ บ่อโคลนต่างๆ แต่ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้งานกับถนนทางเรียบ เพราะด้วยน้ำหนักตัวยางที่มาก ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน อัตราการเกาะถนนต่ำ มีเสียงดังขณะวิ่งเป็นเพราะดอกยางสัมผัสกับพื้นถนนไม่มากพอ และราคาค่อนข้างสูง

หลังจากที่เราได้รู้จักประเภทของยางรถทั้ง 3 ประเภทแล้ว เวลาจะใช้งานควรศึกษาลักษณะเส้นทางที่เราต้องใช้เป็นประจำ และดูความเหมาะสมในการใช้งานให้มากที่สุด ที่สำคัญควรหมั่นเช็คเติมลมยางให้พอดีกับรถแต่ละประเภทด้วย ขับรถด้วยความระมัดระวังและปลอดภัย ด้วยความห่วงใย จาก ซิตี้ ลิสซิ่ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.youtube.com/watch?v=bdE4kz5_YSo (Car Raver)
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.caranddriver.com , https://www.cnbc.com

สินเชื่อรถยนต์ (จัดไฟแนนซ์/ รีไฟแนนซ์/ย้ายไฟแนนซ์) เชิญได้เลยที่ คลิกที่นี่

สาระน่ารู้เกี่ยวกับการ Refinance รถยนต์ ( รีไฟแนนซ์รถยนต์ )

Refinance รถยนต์, รีไฟแนนซ์รถยนต์ จัดไฟแนนซ์รถมือสอง สินเชื่อรถแลกเงิน สินเชื่อรถยนต์ ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ จัดไฟแนนซ์รถเก่า จัดไฟแนนซ์รถบ้าน
Refinance รถยนต์, รีไฟแนนซ์รถยนต์ จัดไฟแนนซ์รถมือสอง สินเชื่อรถแลกเงิน สินเชื่อรถยนต์ ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ จัดไฟแนนซ์รถเก่า จัดไฟแนนซ์รถบ้าน

สาระน่ารู้เกี่ยวกับการ Refinance รถยนต์ ( รีไฟแนนซ์รถยนต์ )


การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ( Refinance รถยนต์ ) นั้น มีหลายรูปแบบ แต่ละแบบก็มีรายละเอียดแตกต่างกันไป และเพื่อให้การเข้าสู่ธุรกรรมนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด เรามาดูถึงกฎ กติกา มารยาทในเรื่องนี้แบบรู้ลึก รู้จริง และรู้รอบ กันเลยดีกว่า

การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ ๆ ดังนี้ คือ

1. กรณียังไม่มีเล่มทะเบียน คือ อยู่ระหว่างผ่อนชำระ แต่ต้องการรีไฟแนนซ์ จะสามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ

1) รีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม

2) รีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่

2. กรณีมีเล่มทะเบียน เรียบร้อยแล้ว คือ ผ่อนชำระเสร็จสิ้นแล้ว สามารถทำได้ 2 ลักษณะเช่นกัน คือ

1) นำเล่มทะเบียนไปวางค้ำประกันไว้ แล้วขอกู้เงินโดยไม่ต้องเปลี่ยนชื่อในเล่มทะเบียน ( Mortgage ) เรียก จำนำทะเบียน

2) มีเล่มทะเบียนแล้ว ต้องการเงินกู้จากธนาคารโดยยอมเปลี่ยนชื่อในเล่มทะเบียน ก็คือ การทำไฟแนนซ์ใหม่ หรือ รีไฟแนนซ์ ( Refinance ) นั่นเอง

3. การดำเนินการยื่นเรื่อง Refinance รถยนต์ ทำได้ 2 แบบ คือ

1) การยื่นรีไฟแนนซ์ด้วยตัวเอง

2) การยื่นรีไฟแนนซ์ผ่านดีลเลอร์ของธนาคาร

ข้อดี – ข้อเสีย และความแตกต่างของการ Refinance รถยนต์ ตามลักษณะต่าง ๆ ทั้ง 3 ข้อ

1. กรณียังไม่มีเล่มทะเบียน

1.1 การ Refinance รถยนต์ กับธนาคารใหม่

ข้อดี

          • อาจได้ยอดจัดหรือดอกเบี้ยถูกกว่าที่เดิม อันเนื่องมาจากการแข่งขันกันเองระหว่างธนาคาร การยื่นกู้อาจจะง่ายขึ้น อาจเนื่องจากที่ใหม่ ไม่ใช่ผู้ค้ำประกัน หรือมีเงื่อนไขดีกว่าที่เดิม

ข้อเสีย

          • การย้ายธนาคาร คุณต้องจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์ใหม่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

1.2 การ Refinance รถยนต์ กับธนาคารเดิม

ข้อดี

          • กรณีเรามีประวัติผ่อนชำระดี การ รีไฟแนนซ์ ที่เดิมอาจจะผ่านง่ายกว่าที่ใหม่
          • การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับที่เดิม ไม่ต้องเสียค่าโอนย้ายกรรมสิทธิ์ นั่นคือ ทำให้เราประหยัดเงินไปบางส่วน

ข้อเสีย

          • หากต้องการใช้บริการกับที่เดิม บางครั้งอาจจะไม่ได้ยอดจัดสูงที่สุดและดอกเบี้ยที่ดีที่สุด

2. กรณีมีเล่มทะเบียนแล้ว ควรจะทำแบบโอนเล่ม ( รีไฟแนนซ์ ) หรือไม่โอนเล่ม ( จำนำทะเบียน ) ดี ?!!

      • กรณีมีเล่มแล้ว การจำนำทะเบียน ( ไม่โอนเล่ม ) ก็ดีตรงที่ชื่อยังเป็นชื่อเรา แต่คุณก็ต้องนำเล่มไปให้ธนาคารเก็บไว้อยู่ดี
      • กรณีไม่โอนเล่ม อัตราดอกเบี้ยต่อปี จะสูงกว่า กรณีโอนเล่ม เนื่องจากธนาคาร ถือว่าการโอนเล่ม ทำให้มีหลักประกันเงินกู้แตกต่างจากไม่โอนเล่ม ธนาคารไม่มีหลักประกันเงินกู้ เป็นลักษณะของสินเชื่อส่วนบุคคล ดังนั้นแบบไม่โอนเล่ม ถึงแม้โฆษณาจะบอกว่าประมาณ 6 % ต่อปี แต่เป็นการผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอก ( Effective Rate – แบบผ่อนบ้าน ) ที่เป็นดอกเบี้ยผ่อนรถทั่วไป ที่อยู่ประมาณ 4 – 5 % ต่อไป
      • ข้อดีของการจำนำทะเบียน ( แบบไม่โอนชื่อในเล่ม ) คือ หากเราต้องการปิดบัญชีก่อนกำหนด ธนาคารก็คิดให้เราเฉพาะเงินต้นเท่านั้น ไม่ต้องรวมดอกเบี้ยในปีที่เหลือ เหมือนกับการ รีไฟแนนซ์ แบบเปลี่ยนชื่อทั่วไป
      • การจำนำทะเบียน ( ไม่โอนชื่อในเล่ม ) ไม่มีภาระต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % แบบเปลี่ยนชื่อต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % รวมไปกับยอดผ่อนชำระในรายเดือน

Refinance รถยนต์, รีไฟแนนซ์รถยนต์ จัดไฟแนนซ์รถมือสอง สินเชื่อรถแลกเงิน สินเชื่อรถยนต์ ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ จัดไฟแนนซ์รถเก่า จัดไฟแนนซ์รถบ้าน

3. Refinance รถยนต์ ด้วยตนเองหรือทำผ่านดีลเลอร์ ?!!

      • กรณีที่ท่านยังมีภาระผ่อนชำระกับธนาคารนั้น การ รีไฟแนนซ์ถยนต์ คันเดิม ท่านต้องนำเงินสดส่วนตัวไปปิดบัญชีกับธนาคารที่เดิมหรือที่ใหม่ เนื่องจากธนาคารไม่รับปิดบัญชีให้ลูกค้า โดยลูกค้าจะต้องปิดบัญชีด้วยตนเอง ก่อนจะยื่นเอกสารกับธนาคารได้ ดังนั้นหากท่านไม่สะดวกที่จะนำเงินสดไปปิดบัญชีได้ก่อน ท่านก็สามารถ รีไฟแนนซ์ถยนต์ ผ่านทางดีลเลอร์ของธนาคาร ดีลเลอร์จะให้ท่านยื่นเอกสาร จัดสินเชื่อให้ผ่านก่อน เมื่อผ่านแล้วดีลเลอร์ก็จะไปปิดบัญชีที่ธนาคารเดิมให้ท่านนำเล่มทะเบียนรถไปให้ธนาคารใหม่ภายหลัง โดยดีลเลอร์ก็คิดค่าธรรมเนียมการ จัดไฟแนนซ์รถยนต์ และค่าใช้จ่าย ๆ อื่น ๆ เช่น ค่าปิดบัญชีกับท่าน
      • กรณีที่ท่านมีเล่มทะเบียนแล้วท่านสามารถยื่นเรื่อง รีไฟแนนซ์ถยนต์ ได้ด้วยตนเอง หากแต่ท่านก็ต้องเสาะหาข้อมูลด้วยตนเอง ว่าธนาคารใดจะให้เงื่อนไขเรื่องดอกเบี้ยและยอดจัดอย่างไร รวมทั้งที่ใดจะยื่นเรื่องแล้วผ่านง่าย ที่ใดผ่านยาก หากเห็นว่ายุ่งยากท่านสามารถให้ดีลเลอร์จัดการแทนท่านได้

รถยนต์ที่ รีไฟแนนซ์ ได้ ปีไหนถึงปีไหน ?!!

      • ลิสซิ่งส่วนใหญ่รับรถได้ประมาณถึง 16 ปี ( กรณีปีนี้ 2020 รถ 2007 ก็ยังรับ รีไฟแนนซ์ ได้ )

รถยนต์ที่รีไฟแนนซ์ไม่ได้ หรือได้แต่ได้ยอดน้อยมาก

      • รถที่อายุเกิน 16 ปี ลิสซิ่ง ไม่รับรีไฟแนนซ์
      • รถที่ไม่ใช่รถตลาดจะ รีไฟแนนซ์ ราคาประมาณ 70 % ของราคากลาง
      • รถไม่รับ เช่น แท็กซี่ที่ไม่ใช่เขียวเหลือง, บรรทุกบางประเภท ( ต้องใช้ลิสซิ่งเฉพาะทางในการ จัดไฟแนนซ์รถยนต์ กลุ่มประเภทนี้ )
      • รถที่เปลี่ยนเครื่องคนละตระกูลกัน เช่น รถโตโยต้า ไปใส่เครื่องคนละรุ่น หรือรถฮอนด้าไปใส่เครื่องโตโยต้า เป็นต้น

รถตลาด และรถที่ไม่ใช่รถตลาด คือ รถอะไรบ้าง ?!!

      • รถตลาด ( Market Brand ) คือ รถที่เป็นที่นิยม เช่น โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ เบนซ์ บีเอ็ม นิสสัน มิตซูบิชิ กรณี รีไฟแนนซ์ ยอดจัดจะสูงประมาณ 90 – 100 % ของราคากลาง และผ่อนชำระได้นานถึง 72 งวด
      • รถที่ไม่ใช่รถตลาด ( Non Market Brand ) คือ รถที่ไม่ใช่รถในกลุ่มแรก หากแต่บางรุ่น บางยี่ห้อ จึงจัดได้ 90 % รถ Non Market Brand บางรุ่นจัดได้เพียง 70 % บางรุ่น จัดไฟแนนซ์รถยนต์ ไม่ได้เลย แม้ว่าจะเป็นรถใหม่ก็ตาม

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้รับข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับ Refinance รถยนต์เรียบร้อยแล้ว และถ้าหากท่านสนใจที่จะรีไฟแนนซ์รถยนต์กับสถาบันทางการเงินที่เชื่อถือได้ ท่านสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ ซิตี้ ลิสซิ่ง ได้ตลอดเวลา หรือท่านสามารถขอคำปรึกษา หรือให้เราช่วยวางแผนให้ท่านได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาแต่อย่างใด

สินเชื่อรถยนต์ ซิตี้ ลิสซิ่ง


รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายบริการสินเชื่อ

สำนักงานใหญ่ สายด่วน : 

โทร. 02 7623838 , 091-7729735

รีไฟแนนซ์รถยนต์ แบบไหนถึงจะดีและคุ้มค่าที่สุด !

คำแนะนำสำหรับการรีไฟแนนซ์รถยนต์, จัดไฟแนนซ์รถมือสอง, สินเชื่อรถแลกเงิน, สินเชื่อรถยนต์, ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์, จัดไฟแนนซ์รถเก่า, จัดไฟแนนซ์รถบ้าน, Refinance รถยนต์
คำแนะนำสำหรับการรีไฟแนนซ์รถยนต์, จัดไฟแนนซ์รถมือสอง, สินเชื่อรถแลกเงิน, สินเชื่อรถยนต์, ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์, จัดไฟแนนซ์รถเก่า, จัดไฟแนนซ์รถบ้าน, Refinance รถยนต์

รีไฟแนนซ์รถยนต์ แบบไหนถึงจะดีและคุ้มค่าที่สุด !


     แทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้นั้น รถยนต์ เป็นยานพาหนะที่มีความจำเป็นต่อวิถีชีวิตคนในยุคปัจจุบัน เราจะสังเกตได้จากปริมาณรถยนต์ที่มีอยู่จำนวนมากบนท้องถนน ที่มีทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ นอกจากรถยนต์จะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางของคนเราแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระและอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งอีกด้วย การส่งสินค้า อาหาร ยา พัสดุ และสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้รถเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เกิดการแข่งขันกันอย่างมาก ทั้งทางด้านรูปลักษณ์ของรถ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในตัวรถ รวมไปถึงราคาของรถ ที่นับวันมีแต่จะสูงขึ้นไปตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้การซื้อรถสักคัน ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของตัวเรา หากคุณไม่ได้วางแผนการเงินเป็นอย่างดี ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ และเมื่อเกิดปัญหานั้น คุณจำเป็นต้องมองหาทางออก หาแหล่งเงินทุน หรือสถาบันทางการเงินที่ดี ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้ การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ จึงเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนรถของคุณให้เป็นเงินทุนได้

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ คืออะไร ?

     การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ คือการที่ผู้เช่าซื้อรถทำนิติกรรมกับสถาบันทางการเงินเพื่อขอกู้เงินก้อนใหม่ เพื่อนำไปใช้ชำระหนี้สินก้อนเดิม อาจมีเงื่อนไขและประโยชน์ที่ดีกว่าเดิม ดอกเบี้ยอาจจะต่ำกว่าเดิม ระยะเวลาการผ่อนชำระที่มากขึ้น อาจมีข้อดีแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถาบันทางการเงินที่เราเลือก ไม่ว่าเราจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์กับบริษัทเดิม หรือจะเป็นบริษัทใหม่ สิ่งสำคัญที่ผู้เช่าซื้อต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ คือผู้เช่าซื้อต้องคำนวณดอกเบี้ยคงเหลือตามสัญญากู้ฉบับเดิม นำมาคำนวณหักส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะทำการขอกู้ใหม่เพื่อพิจารณาดูก่อนว่าคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อได้รับการอนุมัติจากสถาบันทางการเงินให้จัดทำสินเชื่อใหม่ ก็เริ่มการผ่อนชำระใหม่ โดยค่าชำระในเดือนที่ 1 จะเริ่มนับเป็นงวดแรก ไปจนกว่าครบงวดตามที่ได้มีการทำข้อตกลงไว้ในสัญญา

ตัวอย่างการ รีไฟแนนซ์รถยนต์

     คุณ A ได้ทำการเช่าซื้อรถยนต์คันหนึ่งในราคา 800,000 บาท ชำระเงินดาวน์ไปแล้วจำนวน 200,000 บาท และยังมียอดที่ต้องผ่อนอีกจำนวน 600,000 บาท

สมมุติว่าธนาคาร หรือสถาบันการเงิน คิดดอกเบี้ยคุณ A อยู่ที่ 4 % / ต่อปี โดยมีระยะเวลาการผ่อนชำระอยู่ที่ 7 ปี หรือ 84 เดือน

คุณ A จะต้องผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ยตลอด 7 ปี คือ 600,000 X 4 % เท่ากับ 24,000 บาท X 7 ปี = 168,000 บาท

ยอดเงินที่คุณ A จะต้องผ่อนชำระทั้งหมดเท่ากับ 768,000 บาท โดยมีงวดผ่อนชำระทั้งหมด 84 งวด

เท่ากับ ยอดที่ต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ เดือนละ 768,000 / 84 = 9,143 บาท

เมื่อคุณ A ผ่อนชำระค่างวดรถไปเป็นเวลา 3 ปี จะเหลือวงเงินที่ค้างอยู่กับสถาบันทางการเงิน หรือธนาคาร อยู่ที่ 470,852 บาท ( 800,000 – ( 9,143 x 36 ) = 470,852 บาท )

แต่เมื่อเวลาที่คุณ A ต้องการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ทางสถาบันทางการเงินประเมินว่ารถของคุณ A สามารถรีไฟแนนซ์ได้ในราคา 600,000 บาท และเมื่อคุณ A รีไฟแนนซ์ใหม่ คุณ A จะมีค่าเงินส่วนต่างเหลืออยู่ที่ 129,148 บาท ( 600,000 ( ยอดใหม่ ) – 470,852 ( ยอดค้างเดิม ) = 129,148 บาท )

รีไฟแนนซ์รถยนต์ …ไปทำไม ?!!

     เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับหลาย ๆ คนที่มีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับเยอะ ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องผ่อนชำระลดลง และยังเหลือเงินก้อนที่สามารถนำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับทำอย่างอื่นได้ การรีไฟแนนซ์รถยนต์มีข้อดีกว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิต ตรงที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยของบัตรเครดิต จะอยู่ที่ประมาณ 20 % ขึ้นไป แต่ดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์รถยนต์จะอยู่ที่ 3 – 5 % โดยประมาณ

รีไฟแนนซ์รถ ทำยังไง ?!!

     สำหรับท่านที่มีความสนใจการรีไฟแนนซ์รถยนต์ และต้องการอยากจะทราบขั้นตอนว่าจะทำดำเนินการอย่างไรบ้าง เราจะแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 กรณี ส่วนจะมีอะไรบ้าง… เรามาเริ่มกันเลย !

1. กรณีที่ยังอยู่ในระหว่างผ่อนชำระ

     ท่านสามารถตัดสินใจเลือกได้ว่า จะรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินที่เดิม หรือที่ใหม่ก็ได้ โดยเลือกพิจารณาจากเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ท่านรู้สึกพึงพอใจที่สุด

การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับที่ใหม่

ข้อดี

          • มีโอกาสได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าที่เดิม
          • มีโอกาสได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าที่เดิม ทำให้การยื่นกู้ง่ายขึ้น

ข้อเสีย

          • จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการย้ายจากสถาบันการเงินเดิม เช่น ค่าธรรมธรรมเนียม, ค่าโอนเล่ม, ค่าตรวจสภาพรถ, ค่าอากรแสตมป์

การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับที่เดิม

ข้อดี

          • หากท่านเป็นผู้ที่มีประวัติการผ่อนชำระอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จะทำให้มีโอกาสยื่นกู้ผ่านง่ายขึ้น
          • ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายกรรมสิทธิ์ ทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋า

ข้อเสีย

          • อาจไม่ได้รับเงื่อนไข หรือข้อเสนอที่ดีที่สุด เพราะเนื่องจากเป็นสถาบันการเงินที่เดิม

2. กรณีที่ผ่อนชำระหมดเรียบร้อยแล้ว

     การนำรถที่ปลอดภาระมาขอกู้เงิน เรียกว่าการ “จำนำทะเบียนรถ” โดยการนำเล่มทะเบียนไปค้ำประกัน ก็สามารถทำเรื่องขอกู้เงินได้โดยที่ไม่ต้องผู้ครอบครองในเล่มทะเบียนรถ หรือสามารถเลือกได้อีกแบบหนึ่งก็คือ ขอกู้ด้วยการยินยอมเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองในเล่มทะเบียนรถ

รีไฟแนนซ์รถยนต์ อย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด !

    • ปัจจัยเกี่ยวกับรถยนต์

รถยนต์ที่จะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ราคาดี คือ รถยนต์ที่มียี่ห้อและเป็นรุ่นผู้คนนิยมใช้ เช่น Toyota, Honda, Benz, BMW ส่วนรถยนต์ที่รีไฟแนนซ์ไม่ได้ หรือถ้าได้ ก็จะได้ยอดน้อยมากก็คือ รถที่มีอายุเกิน 16 ปี

    • ปัจจัยของผู้กู้

ปัจจัยของผู้กู้เอง ถือเป็นสาระสำคัญ เช่น ฐานเงินเดือน, ประวัติทางด้านเครดิตหรือการผ่อนชำระ, เอกสารไม่ครบถ้วน, หรือเพิ่งจะเริ่มทำงานได้เพียงไม่นาน ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือที่เพียงพอต่อการอนุมัติจากสถาบันทางการเงิน

    • นำส่วนต่างจาการรีไฟแนนซ์ไปลงทุนต่อยอด

หลังจากการรีไฟแนนซ์รถยนต์ หากมีส่วนต่าง ควรวางแผนในการใช้เงินส่วนนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำไปลงทุนต่อยอด เช่น ซื้อสลากออมสิน, ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ตราสารอนุพันธ์ ซื้อกองทุนรวม ซื้อหุ้น หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ เป็นต้น และอย่าสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การลงทุนทุก ๆ อย่าง ต้องอาศัยความรู้และข้อมูล คุณจึงควรที่จะศึกษาหาข้อมูลด้านการลงทุนก่อน เพื่อนำมาวิเคราะห์ วางแผน ก่อนการลงทุน

    • เข้าใจความแตกต่างของการ รีไฟแนนซ์รถยนต์

ก่อนอื่นคุณควรต้องประเมินดูก่อนว่ามูลค่าของรถยนต์ในปัจจุบันของคุณ เพื่อดูว่ามีมูลค่ามากกว่ายอดติดจำนองหรือไม่ เพราะการรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น ไม่เหมือนกับการรีไฟแนนซ์บ้าน รถยนต์จะมีมูลค่าลดลงไปตามกาลเวลา ในขณะที่มูลค่าบ้านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เวลาที่สถาบันทางการเงินประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน รถยนต์อาจจะมีมูลค่าน้อยกว่ายอดติดจำนอง จนอาจจะทำให้ไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ เพราะถ้าหากนำ “ยอดตัวหนี้รถยนต์” มาเปรียบเทียบกับ “มูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ ณ เวลาปัจจุบัน” แล้วผลลัพธ์ออกมาไม่คุ้มค่า ตัวอย่างเช่น

ยอดตัวหนี้รถยนต์  :  600,000 บาท

มูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ ณ เวลาปัจจุบัน วงเงิน 400,000 บาท

ดังตัวอย่างก็จะเห็นได้ว่า มียอดส่วนต่างที่ติดลบอยู่จำนวน 200,000 บาท จากมูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ ทำให้การรีไฟแนนซ์รถยนต์ดังตัวอย่างนี้ จะทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้รับข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับรีไฟแนนซ์รถยนต์เรียบร้อยแล้ว และถ้าหากท่านสนใจที่จะรีไฟแนนซ์รถยนต์กับสถาบันทางการเงินที่เชื่อถือได้ ท่านสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ ซิตี้ ลิสซิ่ง ได้ตลอดเวลา หรือท่านสามารถขอคำปรึกษา หรือให้เราช่วยวางแผนให้ท่านได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาแต่อย่างใด

สินเชื่อรถยนต์ ซิตี้ ลิสซิ่ง


รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายบริการสินเชื่อ

สำนักงานใหญ่ สายด่วน : 

โทร. 02-7623838 , 091-7729735